Frequently Asked Questions


สถาบันบริหารกองทุนพลังงานเป็นองค์กรและมีฐานะเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีหน้าที่ดูและบริหารจัดการด้านการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น จัดหาเงินทุนให้กองทุนน้ำมันเชื่อเพลิง ดูแลภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รายงานผลดำเนินงานและฐานด้านการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และสถาบันฯ สามารถที่่จะทำนิติกรรมต่างๆ ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ เช่น กู้เงินจากสถาบันการเงินให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อนำไปจ่ายชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีสถานะเป็นกองทุนที่เก็บเงินที่ได้รับจากผู้มีหน้าที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน และใช้เป็นแหล่งเงินทุนเพื่อนำจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้มีสิทธิเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถทำนิติกรรมต่างๆ ได้

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เป็นผู้ดูแลและกำหนดนโยบายของกองทุนฯ เช่น กำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณราคาและกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนฯ หรืออัตราเงินชดเชยจากกองทุนฯ ของน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธานกรรมการ และมีปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน อีก 1 ท่าน เป็นกรรมการ  เพื่อให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับให้การดำเนินการเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินของกองทุนฯ เป็นไปอย่าง สะดวกและคล่องตัว คณะกรรมการจึงพิจารณาและกลั่นกรองเฉพาะในส่วนของนโยบายของกองทุนฯ เท่านั้น และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นผู้พิจารณาเกี่ยวกับการใช้จ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านต่าง ๆ คือ

  1. สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ออกประกาศกำหนดอัตราเงินส่งเข้า อัตราชดเชยกองทุนฯ  จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว ค่าเก็บรักษาก๊าซ และค่าขนส่งก๊าซไปยังคลังก๊าซส่วนภูมิภาค
  2. กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดเก็บเงินและส่งเงินเข้ากองทุนฯ   โดยกรมสรรพสามิตจะรับผิดชอบกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตภายในประเทศ    กรมศุลกากรรับผิดชอบในกรณีน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาในประเทศ   และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติรับผิดชอบในกรณีก๊าซที่ซื้อหรือได้มาจากผู้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม พร้อมทั้งเป็นหน่วยงานรับแจ้งจากผู้ประกอบการที่มีสิทธิขอรับเงินชดเชย   ซึ่งจากนั้นจะทำการตรวจสอบความถูกต้องและเบิกจ่ายจากสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) เพื่อจ่ายให้กับผู้มีสิทธิ
  3. สถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบบริหารจัดการด้านการเงินของกองทุนฯ ให้มีสภาพคล่องเพียงพอกับรายรับและรายจ่ายที่เกิดขึ้น รวมทั้งจัดหาเงินทุนไปใช้ในการดำเนินการต่าง ๆ

บทบาทหน้าที่ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คือ ใช้เป็นกองทุนเพื่อรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ แต่หลังจากปี พ.ศ. 2534 รัฐยกเลิกการควบคุมราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล ก๊าด และเตา โดยเหลือเพียงก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่รัฐยังคงควบคุมราคาอยู่ ทำให้กองทุนลดบทบาทลงเหลือเพียงใช้กองทุนเพื่อรักษาระดับราคาก๊าซปิโตรเลียม ไม่ให้สูงกว่าที่รัฐกำหนด และในบางครั้งใช้เป็นเครื่องมือของรัฐ เพื่อเป็นมาตรการจูงใจด้านราคา เช่น กรณีรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 91 จึงกำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนของน้ำมันเบนซินออกเทน 91 ต่ำกว่าน้ำมันเบนซินออกเทน 95 เพื่อให้เกิดส่วนต่างของราคาน้ำมันทั้งสองชนิดมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 91 มากยิ่งขึ้น หรือและในช่วงต้นปี พ.ศ. 2546 และปัจจุบันรัฐได้นำนโยบายการตรึงราคาน้ำมันมาใช้ กองทุนจึงกลับมามีบทบาทในการใช้รักษาระดับราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลเช่น เดียวกับในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2534 อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งบทบาทหน้าที่หลักของกองทุน คือ รักษาระดับราคาน้ำมันเชื้ิอเพลิงในประเทศ

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ภายในประเทศ นั้น มีหน้าที่ที่จะต้องส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามอัตราที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานกำหนด ซึ่งปัจจุบันน้ำมันที่ต้องส่งเงินเข้า / ชดเชยจากกองทุนฯ คือ น้ำมันเบนซินออกเทน 95 น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา โดยอัตราส่งเงินเข้า/ชดเชยจากกองทุนฯ สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเงินจำนวนนี้คือรายรับและรายจ่ายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ประเทศไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถที่จะกำหนดราคาเองได้ เมื่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตลาดโลกสูงและมีความผันผวน เราจะได้รับผลกระทบในส่วนนี้อย่างเต็มที่ ดังนั้น การมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ระดับหนึ่ง ดังจะเห็นได้จากในช่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ในระดับสูงและมีความผันผวนมาก รัฐก็ได้ใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือ คือ รักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ที่ระดับหนึ่ง โดยการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจ่ายชดเชย และเมื่อราคาน้ำมันลดลงจึงเก็บส่วนที่่ชดเชยไปคืนกลับมา ซึ่งสามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจ และช่วยให้ประชาชนไม่ต้องจ่ายราคาน้ำมันในราคาที่สูงเกินไป

ในปี พ.ศ. 2520 กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน OPEC ขึ้นราคาน้ำมันดิบ แต่รัฐบาลได้ขึ้นราคาขายปลีกในสัดส่วนที่น้อยกว่าราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีธานินทร์   กรัยวิเชียร ได้ใช้มาตรการลดอัตราภาษีผลิตภัณฑ์น้ำมันลงตามส่วนของต้นทุนน้ำมันดิบ แต่ในกรณีน้ำมันเตาการลดอัตราภาษีไม่เพียงพอกับต้นทุนราคาน้ำมันดิบ รัฐบาลจึงได้ใช้วิธีลดภาษีที่เก็บจากน้ำมันเบนซินมากกว่าต้นทุนที่เพิ่ม และกันเงินส่วนนี้ไว้ในกองทุน โดยได้อาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อ เพลิง พ.ศ. 2516 ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 178/2520 ลงวันที่ 19 กันยายน 2520 เรื่องการกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันส่งเงินเข้ากองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และการจ่ายเงินชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมัน เพื่อจัดตั้ง กองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยให้โรงกลั่นน้ำมัน และผู้นำเข้าส่งเงินเข้ากองทุนและเงินกองทุนนี้นำไปชดเชยให้ผู้ค้าน้ำมันเตา

ในปี พ.ศ. 2521 รัฐบาลสมัยนายกรัฐมนตรีพลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์ ได้ประกาศเพิ่มค่าเงินบาท ร้อยละ 1 ทำให้ผู้นำเข้าได้กำไรเนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว รัฐบาลเห็นว่ากำไรส่วนนี้ไม่เกิดจากการดำเนินการ จึงได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 206/2521 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2521 จัดตั้ง กองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) และ กำหนดให้ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งกำไรที่เกิดจากการเพิ่มค่าเงินบาทเข้ากองทุนดังกล่าว เพื่อเก็บไว้ใช้ทดแทนเมื่อราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น

ในปี พ.ศ. 2522 ประเทศไทยประสบกับวิกฤติราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เนื่องจาก OPEC ประกาศขึ้นราคาน้ำมันดิบ 4 ครั้ง ซึ่งรัฐบาลโดยพลเอกเกรียงศักดิ์  ชมะนันท์ เป็นนายกรัฐมนตรีพยายามที่จะรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายใน ประเทศให้มีเสถียรภาพ ไม่ต้องปรับราคาขายปลีกตามราคาน้ำมันดิบทุกครั้งที่ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลง และรวมกองทุนต่างๆ ที่มีอยู่แล้วเข้าด้วยกัน จึงได้อาศัยอำนาจพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. 0201/9 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2522 จัดตั้ง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งรวมกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง กับกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) เข้าด้วยกัน โดย มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกลไกของรัฐในการป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน เชื้อเพลิง และใช้ในการรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศในกรณีที่ราคา น้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชนน้อยที่สุด